เวทนา เด็กหญิงวัย 14 วัน แม่ตายหลังคลอด ถูกเลี้ยงในเพิงผุพัง

เด็กหญิงอายุเพียง 14 วัน ต้องกำพร้าแม่ตั้งแต่แรกเกิด ตายายต้องรับภาระเลี้ยงดู อยู่ในเพิงพักผุพัง ที่ไม่สามารถกันแดด กันลมได้ รวมกับสมาชิก รวม 7 คน วอนจิตเมตตาช่วยเหลือ

สภาพของบ้านเลขที่ 1577/2 หมู่ที่ 10 ตำบลเขาทราย อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร ที่เป็นเพิงพักที่ทำด้วยไม้ มุงหลังคาด้วยสังกะสีที่ผุพัง ไม่สามารถกันแดด กันฝน กันลมหนาวได้ ภายในมี เด็กหญิงจรรยาภรณ์ แพสา เด็กแรกเกิดอายุเพียง 14 วันโดย นางสาวจีรวรรณ แพสา ผู้เป็นแม่อายุ 26 ปี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา หลังคลอดลูกได้ไม่กี่ชั่วโมง ทำให้เด็กหญิงต้องอาศัยอยู่กับตาและยายรวมถึงสมาชิกของครอบครัว รวม 7 คน อยู่ในเพิงพักที่พุพัง ที่มีเพียงอาชีพเก็บของเก่า แล คนงานก่อสร้าง รวมถึงเบี้ยยังชีพคนชรา เป็นรายได้หลักหาเลี้ยงครอบครัว

นางเกลี้ยง แพสา ยายของหลานวัย 60 ปี เล่าว่า นางสาวจีรวรรณ แพสา ลูกสาว ได้ทำงานอยู่ที่กรุงเทพ หลังตั้งท้อง และ ต้องเลิกกับสามี ได้กับมาอยู่บ้าน เพื่อที่จะกลับมาคลอดที่บ้าน โดยวันที่ 27 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา ได้ไปคลอดบุตรสาว ที่โรงพยาบาลทับคล้อ จังหวัดพิจิตร โดยหลังจากคลอดแล้ว มีอาการเลือดไหลไม่หยุด แพทย์จึงนำตัวส่งเข้าโรงพยาบาลพิจิตร และได้เสียชีวิตในระหว่างนำส่งรักษาตัว ตนเองจึงจัดงานศพให้กับลูกสาวจนแล้วเสร็จ จึงนำหลานกับมาเลี้ยงที่บ้าน

ในช่วงที่หลานสาวอยู่ที่โรงพยาบาล มีชาวบ้านจะขอหลานสาวไปเลี้ยง แต่ตนปฎิเสธและจะขอเลี้ยงเอง ทุกวันนี้จะต้องมีภาระเพิ่มจากเดิมเนื่องจากสภาพแวดล้อม บ้านที่พุพัง ไม่สามารถกันลมหนาวได้ รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมาอีก แต่จะขอเลี้ยงตามมีตามเกิด ถึงแม้จะมีกินบ้างไม่มีบ้าง แต่ขอให้หลานอยู่อย่างสบาย

ปัจจุบันครอบครัวนี้ จะมีฐานะยากจน ที่มีเพียงรายได้หลัก จากการออกรับจ้าง และเก็บของเก่าสมาชิกภายในบ้าน รวมถึงเบี้ยยังชีพคนชรา และ ต้องอาศัยรวม 7 คน ใน บ้านที่เป็นเพิงพักที่ทรุดโทรม ยิ่งในช่วงฤดูหนาว ยิ่งทำให้ลำบากมากว่าเก่า โดยเฉพาะหลานสาวตัวเล็ก อยากขอผู้มีจิตเมตตา ช่วยเหลือเพื่อสร้างชีวิตที่ดีขึ้น สามารถร่วมบริจาคเงิน ได้ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาทับคล้อ ชื่อบัญชี นายจำนงค์ แพสา (ตา) เลขที่บัญชี 612-0-18601-8 หรือสอบถามที่เบอร์โทรศัพท์ 099-3831288

ครม.ไฟเขียว แก้กม.ให้นายจ้างจ่ายชดเชยลูกจ้างเกษียณสูงสุด 10 เดือน

ครม.อนุมัติแก้ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน นายจ้างต้องจ่ายชดเชยลูกจ้างสูงสุด 300 วัน หรือ ประมาณ 10 เดือนเมื่อลูกจ้างเกษียณอายุ พร้อม ให้กำหนดอัตราจ้างขั้นต่ำ ลูกจ้างที่เป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา หรือลูกจ้างที่เป็นคนพิการ ผู้สูงอายุ คาดมีผลบังคับใช้ก่อนเดือน พ.ค.60

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในหลักการให้แก้ไขร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ที่ใช้งานมาเกือบ 20 ปีแลัว นับตั้งแต่ปี 2541 เป็นต้นมา ซึ่งมีบางมาตราบางบทบัญญัติไม่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป กระทรวงแรงงานจึงเสนอขอแก้ไข พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวเพื่อให้สามารถดูแลคุ้มครองแรงงานประเภทต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น ขณะเดียวกันเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับการทำธุรกิจกับภาคเอกชนให้ดีขึ้น

โดยมีสาระสำคัญ 3 ประเด็นหลัก คือ

1.การเพิ่มอำนาจของคณะกรรมการค่าจ้างขั้นต่ำ การกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำสำหรับลูกจ้างประเภทต่างๆ โดยจะสามารถครอบคลุมลูกจ้างที่เป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา หรือลูกจ้างที่เป็นคนพิการ ผู้สูงอายุ และในอนาคต หากคณะกรรมการค่าจ้างขั้นต่ำอยากจะเขียนอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ สำหรับคนทั้ง 3 ประเภทก็จะสามารถกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำได้

2.การยกเลิกบทบัญญัติที่เคยกำหนดให้นายจ้างต้องส่งสำเนาข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานให้แก่อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้เกิดขั้นตอนเพิ่มขึ้นสำหรับการทำธุรกิจ ก็จะแก้กฎหมายเป็นให้สามารถจัดเก็บสำเนาข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานไว้ ณ สถานประกอบกิจการ หรือสำนักงานของนายจ้างตลอดเวลาแทน และสามารถตรวจสอบได้ ทั้งนี้จะสอดรับกับกฎเกณฑ์การประเมินของธนาคารโลกในการจัดอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจ เพราะเราอยากให้ธุรกิจที่เปิดใหม่ ธุรกิจต่างชาติที่เข้ามามีความสะดวกในการจัดตั้งธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว

และ 3.การกำหนดให้เกษียณอายุคือการเลิกจ้าง ในอดีตการเกษียณอายุแล้วแต่หน่วยงาน องค์กรต่างๆ เป็นผู้กำหนด ลูกจ้างจะมีสิทธิ์ได้รับการชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ซึ่งในอดีตการเกษียณอายุธรรมดาอาจจะไม่ได้รับการชดเชย ทำให้เกิดการฟ้องร้องหลายครั้งและศาลได้ตีความแล้วว่าการให้ลูกจ้างเกษียณอายุถือเป็นการเลิกจ้างต้องมีการชดเชย แต่กฎหมายใหม่จะให้ประโยชน์แก่ลูกจ้างที่เป็นผู้สูงอายุ ไม่ว่าใครที่มีอายุเข้าเกณฑ์การเกษียณอายุก็จะได้รับการชดเชย

แต่ในกรณีที่นายจ้างไม่ได้ระบุเกี่ยวกับการเกษียณอายุของลูกจ้างไว้ในสัญญาจ้าง ให้ถือว่านายจ้างให้ลูกจ้างเกษียณอายุเมื่ออายุครบ 60 ปี และได้รับเงินชดเชยตามกฎหมายกำหนดไว้ และเมื่อเกษียณอายุแล้วอาจจะทำสัญญาจ้างใหม่ที่อาจจะแตกต่างจากสัญญาเดิมก็ได้ ซึ่งสัญญาใหม่จะเป็นไปตามข้อความเดิมหรือข้อความใหม่ก็ได้แต่อย่างน้อยจะทำให้ลูกจ้างได้รับการคุ้มครองว่าเมื่ออายุ 60 ปีแล้วต้องมีการเกษียณอายุต้องได้รับเงินชดเชยจากนายจ้าง ถือเป็นการบังคับนายจ้างจ่ายชดเชยซึ่งถือเป็นการปฏิรูปครั้งสำคัญในเรื่องการคุ้มครองแรงงานที่จะตอบรับการที่ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุต่อไป และจะกระทบต่อผู้สูงอายุในแต่ละปีจำนวน 3-4 แสนคน

นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า ในมาตราของกฎหมายใหม่เขียนไว้ชัดเจนว่า “ให้ถือว่าการเกษียณอายุเป็นการเลิกจ้าง ในกรณีที่ไม่ได้ตกลง หรือกำหนดการเกษียณอายุของลูกจ้างไว้ให้ถือว่านายจ้างให้ลูกจ้างเกษียณอายุเมื่อลูกจ้างอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ และให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 118 และอีกวรรค…ในกรณีที่ลูกจ้างที่เกษียณอายุลูกจ้างที่ได้รับการชดเชยตามกฎหมายแล้ว ตกลงทำสัญญาใหม่โดยอาจจะแตกต่างไปจากสัญญาจ้างเดิมก็ได้”

“มีหลายกรณีที่ลูกจ้างอายุ 60 ปี แต่นายจ้างทำไม่รู้ไม่ชี้ปล่อยให้ทำงานไป จนกระทั่งทำไม่ไหวขอลาออกเองก็ไม่ได้รับเงินชดเชย ซึ่งอาจจะสูงถึงเกือบ 300 วัน หรือประมาณ 10 เดือน” นายกอบศักดื กล่าว

นอกจากนี้กฎหมายใหม่ยังระบุด้วยว่า ถ้าทำงาน 10 ปีขึ้นไปจะได้รับการชดเชยไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างสุดท้าย 300 วัน ถ้าทำงานระหว่าง 6-10 ปี จะได้รับการชดเชยอย่างน้อย 8 เดือน, ทำงาน 3-6 ปี ต้องได้รับชดเชยอย่างน้อย 6 เดือน เป็นต้น

“ปัจจุบันนายจ้างรู้ว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่ต้องมีค่าชดเชยแบบนี้จึงไม่กำหนดเรื่องเกษียณอายุไว้ ถ้าลูกจ้างลาออกเองในอนาคตก็เป็นการให้เงินโดยเสน่หา” นายกอบศักดิ์ กล่าว

ส่วนกรณีนายจ้างกำหนดการเกษียณไว้ที่อายุ 55 ปี หรือช่วงอายุใดก็แล้วแต่ให้ถือเป็นการเลิกจ้างก็ต้องมีการจ่ายชดเชยเช่นกัน ส่วนคนที่อายุเกิน 60 ปีมาแล้วก็น่าจะได้รับการชดเชยตามเวลาที่ทำงานเกินมา

นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้มีทั้งหมด 8 มาตรา ได้มีการหารือกฤษฎีกาแล้ว และตั้งใจให้ทันต่อการประเมินของธนาคารโลก (World Bank:WB)เรื่องความยากง่ายในการจัดอันดับการทำธุรกิจซึ่งจะมีการประเมินช่วงกลางปี จึงคาดว่ากฎหมายฉบับนี้จะออกมามีผลบังคับใช้ก่อนเดือน พ.ค.60

น้ำมูลลดเร็วกระทบผู้เลี้ยงปลากระชัง

เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากสถานการณ์น้ำในลำน้ำมูลที่ไหลผ่าน อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ มีปริมาณลดต่ำอย่างรวดเร็วกว่าปกติ ถึงแม้ว่าจะยังไม่เข้าสู่หน้าแล้ง ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรบ้านท่าเรือ หมู่ 7 ต.ท่าม่วง อ.สตึก ไม่สามารถเลี้ยงปลาในกระชังได้ เนื่องจากเกรงว่าปริมาณน้ำที่น้อยจะเกิดกรด แก๊ส น้ำไม่ไหลเวียน อาจทำให้ปลาน็อกตายได้ จากเดิมเกษตรกรบ้านท่าเรือจะเลี้ยงปลาในกระชังมากกว่า 30 ครัวเรือน ปัจจุบันเหลือไม่ถึง 5 ราย

ขณะที่เกษตรกรบางส่วนที่ยังเสี่ยงเลี้ยงเพราะไม่มีอาชีพอื่น แต่ก็ลดปริมาณการเลี้ยงปลาลง เพราะเสี่ยงต่อการขาดทุนหากเกิดปลาน็อกตาย ประกอบกับภาวะภัยแล้ง น้ำในลำน้ำมูลตื้นเขินติดต่อกันหลายปี ทำให้เกษตรกรไม่สามารถเลี้ยงปลากระชังได้ปีละ 3 ครั้งเหมือนเดิม ปัจจุบันเหลือเพียง 1-2 ครั้งเท่านั้น ทำให้สูญเสียโอกาสและขาดรายได้ หลายรายต้องมีหนี้สินสะสมจากการกู้ยืมเงินไปลงทุนเลี้ยงปลา

นายเกตุ เยี่ยมรัมย์ เกษตรกรบ้านท่าเรือ เปิดเผยว่า หลังจากน้ำในลำน้ำมูลตื้นเขินต่อเนื่องมาหลายปีทำให้เกษตรกรที่เคยทำอาชีพเลี้ยงปลาในกระชังต้องหันไปประกอบอาชีพอื่นแทน ปัจจุบันเหลือผู้เลี้ยงไม่ถึง 5 ราย จากที่เคยเลี้ยงมากกว่า 30 ราย ส่วนรายที่เหลือก็เสี่ยงเลี้ยงเพราะไม่มีอาชีพอื่น แต่ก็ต้องลดปริมาณปลาที่เลี้ยงลง เพราะเกรงจะขาดทุนหากปลาน็อกตาย จึงอยากให้ภาครัฐเร่งดำเนินการก่อสร้างฝาย หรือเขื่อนยางเพื่อกักเก็บน้ำมูลไว้ให้เกษตรกรใช้อุปโภคบริโภคทำการเกษตรและเลี้ยงปลากระชังตลอดทั้งปีด้วย

จ.มหาสารคาม นายพัฒนะ พลศรี หัวหน้าเขื่อนระบายน้ำฝายวังยาง โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีกลาง เปิดเผยว่า ฝายวังยางรับผิดชอบจัดสรรน้ำให้เกษตรกรพื้นที่ จ.มหาสารคาม ร้อยเอ็ดและกาฬสินธุ์ ซึ่งได้ประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำเพื่อวางมาตรการบริหารจัดการน้ำในเขตชลประทานและวางแผนการเพาะปลูกข้าวไม่ให้เกินพื้นที่เป้าหมาย ส่วนพื้นที่เสี่ยงที่จะประสบภัยแล้งได้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสำรวจพื้นที่เสี่ยงภัยของแต่ละสถานีสูบน้ำและรายงานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำให้รับทราบ เพื่อแจ้งไปยังจังหวัดพิจารณาแก้ปัญหาต่อไป ทั้งนี้ ได้ทำการสำรวจประตูระบายน้ำทุกบานให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ เพื่อประโยชน์แก่เกษตรกรที่จะต้องใช้น้ำในการเพาะปลูกข้าวใช้ทำการเกษตรและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้ตลอดฤดูกาล

พี่คนโตอายุ 18 แบกรับภาระไม่ไหว กินยาตายทิ้งน้อง 5 ชีวิตเคว้ง

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งมีครอบครัวเด็กกำพร้า 6 ชีวิต พ่อแม่ตายหมด ต้องอาศัยญาติ มีความเป็นอยู่ยากลำบาก หนำซ้ำพี่ชายคนโตที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหารายได้ ถอดใจกินยาฆ่าแมลงฆ่าตัวตาย ปล่อยน้อง 5 ชีวิตเคว้งคว้าง

นายตั่ว แซ่ว่าง อายุ 35 ปี ผู้ปกครองเด็ก เปิดเผยว่า ตนเป็นหลานของพ่อเด็กคือ นายเจ๋อว ซึ่งมีบุตรกับ นางบรา จำนวน 6 คน คือ นายภิภพ อายุ 18 ปี , ด.ญ.กันยาวี อายุ 13 ปี , ด.ช.เตชิต อายุ 12 ขวบ , ด.ช.โพธิกรณ์ อายุ 7 ขวบ , ด.ญ.อรนิชา อายุ 4 ขวบ และ ด.ช.ธนาโชค อายุ 2 ขวบ

เมื่อ 2 ปีที่แล้ว นางบรา แม่ของเด็กทั้งหมดเสียชีวิตจากการผ่าตัดลูกคนสุดท้อง ต่อมาเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา นายเจ๋อว พ่อของเด็กๆ ก็มาจมน้ำเสียชีวิตในสระน้ำของหมู่บ้าน ตนจึงต้องรับเด็กๆทั้งหมดมาอุปการะ แต่รายได้จากการทำไร่ และรับจ้างทั่วไปวันละ 300 บาทของตน ซึ่งบางวันไม่มีคนจ้างก็ไม่มีรายได้ จึงไม่เพียงพอจะเลี้ยงดู เนื่องจากตนมีภรรยาและลูกอีก 4 คนที่ต้องดูแล

จึงขอความช่วยเหลือจาก อ.บ.ต.แม่สำ และพัฒนาสังคม จ.สุโขทัย สร้างบ้านหลังนี้ให้เด็กๆได้อยู่กัน แต่ค่าใช้จ่ายก็ยังสูงอยู่ นายภิภพ พี่ชายคนโตซึ่งออกจากโรงเรียน ตั้งแต่ชั้น ม.1 มาช่วยพ่อทำงานรับจ้างหาเงินเลี้ยงน้อง ได้บ่นว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป ตนต้องคอยปลอบใจไม่ให้คิดมาก

โดยเมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมานายภิภพพี่ชายคนโต แอบไปกินยาฆ่าแมลงเสียชีวิต ในป่าห่างจากบ้าน 800 เมตร ตนจึงต้องดูแลพี่น้อง 5 คน ต่อ อย่างยากลำบากโดยเฉพาะ ด.ช.โพธิกรณ์ ซึ่งดวงตาข้างซ้ายบอดสนิทเนื่องจากคลอดก่อนกำหนด ส่วนข้างขวามองเห็นได้เพียงลางๆ ต้องพาไปหาหมอที่ ร.พ.มหาราชนครเชียงใหม่ แทบทุกเดือน แล้วแต่หมอนัด โดยแต่ละครั้งที่ไปต้องเสียค่าใช้จ่ายไม่ต่ำกว่า 3,000 บาท

ส่วนเด็กๆ จะได้เงินไปโรงเรียนคนละ 40 บาท ต่อ 1 อาทิตย์ ตอนนี้เงินหมดบ้านแล้วช่วงที่จัดงานศพนายภิภพ ต้องขอบริจาคโลงศพ และต้องไปกู้เงินมาจัดงานศพอีก วอนผู้ใจบุญช่วยเหลือเด็กๆ ไม่ว่าจะเป็นข้าวสาร อาหารแห้ง เสื้อผ้า ชุดนักเรียน ฯลฯ

ผู้ใจบุญประสงค์ช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทร. 098-791-5001 หรือที่บัญชี ธนาคารออมสิน สาขา ศรีสัชนาลัย ชื่อบัญชี นายตั่ว แซ่ว่าง หมายเลข 051 9924 8829 9

“กิเลน” เปิดตัว “ลี โฮ” ห้องเครื่องดีกรีแชมป์เอเชีย

“กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เสริมทัพผู้เล่นระดับท็อปก่อนเปิดศึกฤดูกาลใหม่ 2017 ทำการแถลงข่าวเปิดตัว “ลี โฮ” มิดฟิลด์ตัวรับอดีตทีมชาติเกาหลีใต้ ดีกรีแชมป์เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลล่าสุด วัย 32 ปีจาก ชนบุค ฮุนไดฯ มาร่วมทีมอย่างเป็นทางการ พร้อมด้วย 5 ผู้เล่นชาวไทยทั้ง มงคล ทศไกร, รัชพล นาวันโน, พิทักษ์พงษ์ กุลสุวรรณ, ประสิทธิ์ ผดุงโชค และ พุทธิพงษ์ พรมลี ทางด้านบอสใหญ่มั่นใจ จะเข้ามาเติมความแข็งแกร่งให้สโมสรฯ สานต่อความสำเร็จต่อเนื่อง ทั้งในศึกถ้วยใหญ่เอเชีย และฟุตบอลถ้วย 3 รายการใหญ่ในประเทศ

เมื่อวันศุกร์ที่ 6 มกราคม 2560 เวลา 15.00 น. ภายในห้องแถลงข่าวสโมสรฯ สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม ได้มีงานจัดแถลงข่าวเปิดตัวผู้เล่นรายใหม่ของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เพื่อสู้ศึกฤดูกาลใหม่ 2017 เช็นสัญญาคว้าตัว ลี โฮ กองกลางอดีตทีมชาติเกาหลีใต้วัย 32 ปีจาก ชนบุค ฮุนได มอเตอร์ ทีมแชมป์เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลที่ผ่านมา พร้อมด้วย 5 ผู้เล่นชาวไทยอย่าง มงคล ทศไกร จาก เชียงรายฯ, รัชพล นาวันโน จาก ชัยนาท ฮอร์นบิล, พิทักษ์พงษ์ กุลสุวรรณ, ประสิทธิ์ ผดุงโชค และพุทธิพงษ์ พรมลี จาก บีอีซี เทโรศาสน มาร่วมทัพอย่างเป็นทางการ ซึ่งภายในงานมีทางคุณ พงษ์ศักดิ์ ผลอนันต์ ประธานสโมสรฯ, วิลักษณ์ โหลทอง รองประธานสโมสรฯ, ธชตวัน ศรีปาน หัวหน้าผู้ฝึกสอน พร้อมด้วยเจ้าตัว ร่วมแถลงข่าวในดีลครั้งสำคัญ ท่ามกลางกองทัพสื่อมวลชน เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

โดยทางด้านคุณ พงษ์ศักดิ์ ผลอนันต์ ประธานสโมสรฯ เผยถึงรายละเอียดว่า “วันนี้ถือเป็นอีกวันที่สำคัญของสโมสร เอสซีจี เมืองทองฯ ที่เราจะทำการเปิดตัวผู้เล่นระดับท็อป ที่ผ่านประสบการณ์ค้าแข้งอย่างโชกโชน ทั้งในระดับยุโรป รวมถึงเอเชีย ถือเป็นการเติมความแข็งแกร่งในโควต้าต่างชาติ เป็นที่ทราบกันดีว่าเป้าหมายของสโมสรฯ เราในฤดูกาลใหม่ คือการป้องกันแชมป์ในประเทศ รวมถึงถ้วยใหญ่เอเชียอย่าง เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ทำให้เราจำเป็นต้องมีทีมที่ใหญ่ขึ้น เชื่อว่าผู้เล่นทั้งหมดจะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่ง เพื่อพร้อมที่จะสร้างความสำเร็จมาสู่สโมสฯ ให้ได้อีกครั้งตามเป้าหมาย”

ขณะที่ ลี โฮ เปิดใจหลังย้ายมาค้าแข้งในถิ่นเอสซีจี สเตเดี้ยมว่า “ขอบคุณทุกคนที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ถือเป็นประสบการณ์ และความท้ายทายครั้งใหม่ ผมรู้สึกภูมิใจที่ได้ย้ายมาเล่นกับทีม เอสซีจี เมืองทองฯ ซึ่งถือเป็นทีมระดับชั้นนำของประเทศ ซึ่งแน่นอนว่าฟุตบอลลีกในประเทศไทย กำลังเติบโตไปในทิศทางที่ยอดเยี่ยม มีผู้เล่นฝีเท้าดีจากทั่วทุกมุมโลก มาค้าแข้งส่วนเป้าหมายของตัวเอง ก็คือจะมุ่งมั่นเต็มร้อย ทำผลงานออกมาให้ดีที่สุด เพื่อพา เอสซีจี เมืองทองฯ คว้าแชมป์ในฤดูกาลนี้มาครองให้ได้”

ส่วนทางด้าน มงคล ทศไกร เปิดใจผ่านกองทัพสื่อมวลชนว่า “แน่นอนว่าเป้าหมายของการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ คือการพาทีมเป็นแชมป์ รวมถึงเล่นให้กับทีมชาติ เอสซีจี เมืองทองฯ เป็นสโมสรที่ยิ่งใหญ่ เต็มไปด้วยผู้เล่นที่มีศักยภาพสูงหลายคน เชื่อว่าด้วยสไตล์การทำทีมของพี่ ธชตวัน น่าจะเหมาะกับการเล่นของผม ส่วนเป้าหมายก็จะทำผลงานของตัวเองออกมาให้ดีที่สุด สิ่งแรกคือต้องพิสูจน์ตัวเองเพื่อลงสนามในฐานะตัวจริง ก็อยากฝากตัวกับแฟนบอล เอสซีจี เมืองทองฯ ทุกคนให้กำลังผมและเพื่อนร่วมทีมในฤดูกาลนี้”

ปิดท้ายที่ 3 ผู้เล่นตัวใหม่อย่าง พิทักษ์พงษ์ กุลสุวรรณ, ประสิทธิ์ ผดุงโชค และ พุทธิพงษ์ พรมลี เผยว่า “ส่วนตัวรู้สึกดีใจมากที่ได้ย้ายมาร่วมทีมชั้นนำของประเทศอย่าง เอสซีจี เมืองทองฯ ซึ่งหลังจากได้คุยกับทางผู้บริหารแล้ว เรามองเห็นเป้าหมายที่ชัดเจนไปด้วยกัน ซึ่งต้องขอบคุณทุกคนที่ให้โอกาส รวมไปถึงทีมเก่าอย่าง บีอีซี เทโรฯ ที่เชื่อมั่นในความสามารถ รวมถึงให้โอกาสลงสนาม แน่นอนการย้ายมาร่วมทีม เอสซีจี เมืองทองฯ จะช่วยพัฒนาศักยภาพฝีเท้า พาทีมประสบความสำเร็จในสโมสรฯ รวมไปถึงทีมชาติไทยต่อไป”

เมสซีไม่ยอมลงเอยบาร์เซโลนา

สื่อสเปนยืนยัน ลีโอเนล เมสซี ยังไม่พอใจข้อเสนอสัญญาใหม่ของ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา
ลิโอเนล เมสซี ซูเปอร์สตาร์ของ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา ยังไม่ยอมต่อสัญญาใหม่กับต้นสังกัดง่ายๆ แม้จะเหลือสัญญาเพียงแค่ปี 2018 ยังพยายามเรียกร้องค่าเหนื่อยเป็นเงินก้อนโตที่เป็นสถิติโลกใหม่

ในขณะนี้ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา กำลังพยายามอย่างหนักเพื่อให้ ลิโอเนล เมสซี กองหน้าทีมชาติอาร์เจนตินาซูเปอร์สตาร์ของทีมต่อสัญญาใหม่ให้ได้ แต่ในคราวนี้ถือเป็นครั้งแรกที่เมสซี และบาร์เซโลนา มีปัญหากันในเรื่องการต่อสัญญา เนื่องจากตัวนักเตะยังไม่ตอบรับข้อเสนอเรื่องค่าเหนื่อย

ล่าสุดหนังสือพิมพ์มาร์กาของสเปน รายงานข่าวว่า เมสซี บอกปัดข้อเสนอเดิมของบาร์เซโลนา มาตั้งแต่ช่วงฤดูร้อน แต่สโมสรประกาศชัดเจนว่าจะพยายามทุกอย่างเพื่อให้กองหน้าวัย 29 ปีต่อสัญญากับทีมให้ได้ และเมื่อมาถึงตอนนี้จำเป็นจะต้องเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด

สัญญาฉบับปัจจุบันของเมสซี กำลังจะหมดลงในฤดูร้อนปี 2018 ทำให้หากไม่มีการต่อสัญญาเจ้าตัวจะสามารถเจรจาเรื่องการย้ายทีมแบบไม่มีค่าตัวได้ตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2018 เป็นต้นไป

มาร์กายังบอกอีกว่า โฆเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธานสโมสรบาร์เซโลนา มีความตั้งใจอยู่แล้วว่าในสัญญาใหม่จะทำให้เมสซี เป็นผู้เล่นที่รับค่าเหนื่อยมากที่สุดในโลกแซงหน้า คริสเตียโน โรนัลโด ของ “ราชันชุดขาว” รีล มาดริด และจะพยายามให้เรื่องจบลงในเดือนมีนาคมปีหน้า

แต่เมสซียังไม่พอใจข้อเสนอดังกล่าวและหวังจะได้ค่าเหนื่อยถึง 8.25 แสนปอนด์ หรือร่วม 38 ล้านบาทต่อสัปดาห์ ทำให้ยังไม่สามารถตกลงกันได้และอาจจะมีการย้ายทีมเป็นครั้งแรกในชีวิต

สำหรับสโมสรที่กำลังจับตามองสถานการณ์ของเมสซี ในตอนนี้ก็มีทั้ง “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี ที่ เป๊ป กวาร์ดิโอลา หวังจะเอาตัวไปร่วมงานกันอีกครั้ง และยังมี “เปแอสเช” ปารีส แซงต์ แชร์กแมง มหาเศรษฐีจากฝรั่งเศสก็อยากจะได้ตัวไปสร้างทีมให้เป็นอันดับ 1 ของยุโรป รวมทั้ง “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี และทีมในไชนีส ซูเปอร์ลีก ของจีน ที่มีทุนพร้อมจ่ายค่าเหนื่อยจำนวนนี้

อย่างไรก็ตาม เนยมาร์ หัวหอกทีมชาติบราซิลเพื่อนร่วมทีมของเมสซียังมั่นใจว่าดาวเตะรายนี้จะยังฝากอนาคตกับทีมที่อยู่มาตั้งแต่เด็ก

“เราหวังว่าเมสซีจะอยู่ในบาร์เซโลนากับพวกเรา ผมคิดว่าเขาจะเซ็นสัญญาใหม่ในเร็วๆ นี้” เนย์มาร์กล่าว

“ชิคาโก” ไล่อัด “ดีทรอยต์” ขาดลอย 113-82 ศึกเอ็นบีเอ

ชิคาโก บูลส์ หยุดสถิติแพ้รวด 3 นัดติดต่อกันเอาไว้ได้สำเร็จ เมื่อล่าสุดเปิดบ้านไล่ถลุง ดีทรอยต์ พิสตันส์ เพื่อนร่วมสายอีสเทิร์น เซ็นทรัล อย่างขาดลอย 113-82 ในศึกยัดห่วงเอ็นบีเอ

การแข่งขันศึกบาสเกตบอลเอ็นบีเอ สหรัฐอเมริกา ฤดูกาล 2016-17 ประจำวันอังคารที่ 20 ธันวาคม 2559 ตามเวลาในประเทศไทย คู่ที่น่าสนใจเป็นการพบกันของสองทีมดังแห่งสายอีสเทิร์น เซ็นทรัล ระหว่าง ชิคาโก บูลส์ เปิดรังยูไนเต็ด เซ็นเตอร์ รับมือ ดีทรอยต์ พิสตันส์

ออกสตาร์ตควอเตอร์แรก เจ้าถิ่นทำเกมได้อย่างร้อนแรง ขึ้นนำไปก่อน 35-19 ถัดมาในควอเตอร์ที่ 2 ชิคาโก ยังดาหน้าบุกกระหน่ำต่อเนื่อง ขยับแต้มทิ้งห่างออกไปเป็น 69-34

ควอเตอร์ที่ 3 เกมของดีทรอยต์กลับมาสู้ได้อย่างสนุกสูสีอีกครั้ง ทำแต้มไล่มาห่างๆ ที่ 97-63 และในควอเตอร์สุดท้าย ถึงแม้เจ้าถิ่นจะเพลาเกมบุกลงไป แต่ผู้มาเยือนก็ไม่สามารถทำแต้มพลิกกลับมาเป็นผู้ชนะได้

ทำให้จบเกม ชิคาโก บูลส์ เปิดบ้านไล่ถล่ม ดีทรอยต์ พิสตันส์ ไปได้อย่างขาดลอย 113-82 หยุดสถิติแพ้รวด 3 นัดติดต่อกันได้สำเร็จ แต่ยังรั้งอันดับ 3 ของสายอีสเทิร์น เซ็นทรัล ต่อไป

สำหรับผู้เล่นที่ทำคะแนนสูงสุดของทั้งสองทีม ชิคาโก ได้แก่ ราจอน รอนโด ทำไป 10 คะแนน 8 รีบาวน์ กับ 14 แอสซิสต์ ขณะที่ ดีทรอยต์ ได้แก่ จอน ลอยเออร์ ทำได้ 16 คะแนน 5 รีบาวน์ และ 1 แอสซิสต์

ผลการแข่งขันในคู่อื่น

วอชิงตัน วิซาร์ดส์ แพ้ อินเดียนา เพเซอร์ส 105-107

ฟีนิกซ์ ซันส์ แพ้ มินเนโซตา ทิมเบอร์วูล์ฟส์ 108-115

แอตแลนตา ฮอว์กส์ ชนะ โอกลาโฮมา ซิตี้ ธันเดอร์ 110-108

ดัลลัส มาฟเวอริกส์ แพ้ เดนเวอร์ นักเกตส์ 107-117

เร่งส่งมอบสะพาน 30 ล้าน อุทยานฯยังเฉย

นายสุธารักษ์ สุนทรวิภาต รักษาการ ผจก. สนง.พื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง องค์การบริหารการพัฒนาเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.)

เปิดเผยถึงความคืบหน้าการส่งมอบสะพานเพื่อการท่องเที่ยวบ้านสลักเพชร หมู่ 2 ต.เกาะช้างใต้ อ.เกาะช้าง จ.ตราด ว่า สะพานได้เปิดใช้อย่างเป็นทางการมาตั้งแต่เมื่อช่วงต้นปี 2558 ที่ผ่านมา โดยมีบอร์ดบริหารของ อพท.พ.อ.ดร.นาฬิกอติภัค แสงสนิท ผอ.อพท.นายดำรงค์ แสงกวีเลิศ รอง ผอ.อพท. ได้เดินทางมาร่วมเปิดสะพาน โดย อพท.สนับสนุนงบประมาณในการปรับปรุงกว่า 30 ล้านบาท ก่อเกิดประโยชน์ต่อชาวประมงพื้นบ้านและการท่องเที่ยวทางทะเลจากเกาะช้างไปตามหมู่เกาะต่างๆในท้องทะเลตราด ที่ในแต่ละวันจะมีเป็นจำนวนมาก

หลังเปิดใช้อย่างเป็นทางการ ทาง อพท.มีเป้าหมายที่จะส่งมอบสะพานดังกล่าวให้แก่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง เจ้าของพื้นที่ จากนั้น อบต.เกาะช้างใต้ต้องทำเรื่องขอใช้สะพานจากอุทยาน เพื่อบริหารจัดการและจัดระเบียบผู้ที่มาใช้ประโยชน์ที่สะพานดังกล่าว ปัจจุบันเป็นระยะเวลาเกือบ 2 ปี ยังไม่สามารถส่งมอบให้หน่วยงานในพื้นที่ดูแลอย่างเป็นทางการได้ เนื่องจากหน่วยงานดังกล่าวอ้างเหตุผลว่าไม่มีงบประมาณในการบริหารจัดการ และไม่มีบุคลากรเพียงพอที่จะดูแล ปัจจุบัน อพท.ยังคงเดินหน้าเจรจาเพื่อส่งมอบสะพานให้หน่วยงานในพื้นที่อุทยานฯเกาะช้างต่อไป ส่วนที่ยังไม่มีหน่วยงานใดรับเป็นเจ้าภาพดูแลรับผิดชอบสะพานดังกล่าว เพราะกลัวต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงในแต่ละเดือนโดยเฉพาะค่าไฟฟ้าเดือนละเกือบหมื่นบาท และในอนาคตข้างหน้าจะต้อง ดูแลซ่อมแซมในส่วนที่ชำรุดของโครงสร้างตัวสะพาน เมื่อรับเป็นเจ้าภาพแล้วต้องว่าจ้างพนักงานมาดูแลทำความสะอาดห้องน้ำ ขณะเดียวกัน จะไปเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมจากประชาชน-เรือประมงพื้นบ้านหรือผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวที่มาใช้สะพานดังกล่าว คงไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายที่มีในแต่ละเดือน และเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เพราะในอดีตที่ผ่านมาไม่เคยมีการเก็บค่าใช้จ่าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในอดีตสะพานแห่งนี้ไม่มีอาคารสิ่งอำนวยความสะดวก แต่ละวันมีนัก ท่องเที่ยวไปลงเรือเพื่อไปดำน้ำชมปะการังยังหมู่เกาะต่างๆเป็นจำนวนมาก ทาง อพท.จึงได้ สนับสนุนงบประมาณลงไปปรับปรุง อาทิ ติดตั้งราวกันตก 2 ข้างสะพานสร้างศาลาพักคอยบนสะพานรวม 2 หลังศาลารับรองจำนวน 1 หลัง อาคาร 2 ช้ันสำหรับจำหน่ายสินค้าโอทอป 1 หลัง อาคาร 2 ชั้น 1 หลังติดตั้งระบบไฟส่องสว่าง บนสะพานจัดทำซุ้มประตู ปากทางเข้าสู่สะพาน อาคารบริการนักท่องเที่ยวห้องควบคุมระบบไฟ ปรับปรุงภูมิทัศน์ เป็นต้น ขณะเดียวกันในช่วงที่ผ่านมาได้มีผู้ประกอบการนำเที่ยวหลายรายบนเกาะช้าง ตั้งคำถามในที่ประชุมว่า สะพานดังกล่าวเปิดใช้งานนานแล้ว แต่เหตุใดห้องน้ำที่สร้างไว้ถึงไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้ใช้บริการ สาเหตุเพราะยังไม่มีเจ้าภาพดูแลนั่นเอง

นักวิจัยเผย กิน ช็อกโกแลต ในมื้อเช้า ช่วยในการทำงานของสมองและป้องกันอ้วน

ช็อกโกแลตนั้น ขึ้นชื่อว่า เป็นอาหารที่ทานแล้วอ้วน ดังนั้น คนที่ลดน้ำหนักอยู่ ส่วนใหญ่จึงมักจะหลีกเลี่ยงช็อกโกแลต แต่การวิจัยล่าสุด พบว่า การทานช็อกโกแลตเป็นประจำทุกเช้านั้น ดีต่อสมองและร่างกายนะ

นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Syracuse ในนิวยอร์ก ได้ทำการศึกษาวิจัยกับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 968 คน ที่มีอายุตั้งแต่ 23-98 ปี โดยให้พวกเขากินอาหารแบบที่กินเหมือนเดิม

จากข้อมูลแสดงให้เห็นว่า ช็อคโกแลตนั้น มีผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงานขององค์ความรู้ของเรา และหากบริโภคเป็นประจำ ก็สามารถช่วยในเรื่องความจำ รวมทั้งช่วยพัฒนาความคิดเชิงนามธรรมของเราด้วย

หลายปีที่ผ่านมานักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Tel Aviv บอกว่า พวกเขากินช็อกโกแลตทุกเช้า ซึ่งมันช่วยในเรื่องการทำงานของพวกเขาได้ดีจริงๆ

Dr. Daniela Jakubowicz ผู้เขียนหนังสือ The Big Breakfast Diet จนกลายเป็นหนังสือที่ขายที่สุดเล่มหนึ่ง บอกว่า ‘เมื่อเราตื่นขึ้นมา สมองเราก็ต้องการพลังงานทันที เพราะตอนเช้านั้น เป็นช่วงที่ร่างกายของเราแปลงอาหารให้เป็นพลังงาน’

‘หากเลยเวลาเช้าไปแล้ว ร่างกายมีแนวโน้มที่จะเก็บพลังงานเหล่านั้นสำรองไว้ในรูปแบบไขมัน นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมกินเท่าไรก็อ้วน ทั้งๆ ที่ลดปริมาณอาหารลงแล้ว’

ในขณะที่ Jakubowicz บอกว่า ‘ช็อกโกแลตนั้น ไม่ควรกินเกิน 9 โมงเช้า’ เพราะจากผลการวิจัยที่ผ่านมาพบว่า คนที่กินคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และขนม 600 แคลอรี่ สามารถลดน้ำหนักได้มากกว่า คนที่มากินอาหารเช้าเพียง 300 แคลอรี่ ในช่วงเวลาที่เลย 9 โมงเป็นต้นไป

แล้วอะไรละที่อยู่ในช็อกโกแลต!? ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า มีสารอาหารที่เรียกว่า flavonoid ที่พบได้ในอาหารที่เป็นพืช และ 20% ของสารอาหารชนิดนี้ มีอยู่ในเมล็ดโกโก้

นอกจากนี้ สารอาหาร flavonoid ยังมีปริมาณมากใน ชา ไวน์แดง และผลไม้ เช่น องุ่น และแอปเปิ้ล

ทีนี้ก็รู้แล้วสินะว่า ช็อกโกแลต ไม่ได้ทำให้อ้วนเสมอไป แต่หากเราทานในช่วงเวลาที่เหมาะสม มันมีประโยชน์ต่อร่างกายและสมองของเราเป็นอย่างมาก แถมยังช่วยลดไขมันส่วนเกินได้อีกด้วย

เคล็ดลับหุ่นดี…ด้วย “น้ำมะนาวลดความอ้วน”

คนมีพุงทั้งหลายอย่ามาทำเนียนว่าผอม ยกมือยอมรับแล้วเดินเข้ามาหาเหมียวซะดีๆ เพราะวันนี้เหมียวมีเคล็ดลับเทพๆที่หลายคนอาจจะไม่เชื่อว่า จริงๆแล้ว “มะนาว” น่ะช่วยลดความอ้วนได้

นี่คือเรื่องจริงที่เหมียวไม่ได้อำ โดยล่าสุดมีงานวิจัยเผยว่าน้ำมะนาวจะช่วยกักเก็บแคลเซียมไว้ในไขมัน และเจ้าแคลเซียมพวกนี้จะช่วยกำจัดไขมันให้สิ้นซาก แถมยังช่วยปรับสมดุลในเลือด ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้แจ๋วอีกด้วย

นอกจากนี้ผลการศึกษาของวิทยาลัย Journal of the America College of Nutrition ยังระบุอีกว่า น้ำมะนาวนี่ล่ะสามารถขจัดอาการอยากอาหารได้ถึง 4 ชั่วโมง จนเรียกได้ว่าไม่ผอมให้รู้ไป…แต่ก่อนจากไปเหมียวก็ไม่ลืมจะเอาเคล็ดลับน้ำมะนาวลดความอ้วนมาฝากกันด้วย เอ้าตามมาดูกันเลย

สูตรเด็ดน้ำมะนาวลดความอ้วน มี 3 ขั้นตอนดังนี้ :

1.โซ้ยน้ำมะนาวกับน้ำอุ่นทุกเช้า

นี่เป็นสูตรเด็ด ที่คนหุ่นดีหลายคนใช้กัน โดยการดื่มน้ำมะนาวและน้ำอุ่นจะช่วยให้ระบบเผาผลาญแจ๋วขึ้น และยังเพิ่มแคลเซียมในไขมันที่จะคอยช่วยกำจัดไขมันวายร้ายให้หมดไป

2.หมั่นทานผลไม้

นอกจากมะนาวแล้ว อย่าลืมทานผลไม้ชนิดอื่นด้วย เพราะทุกชนิดล้วนมีเส้นใยและสารอาหารที่มีประโยชน์ ซึ่งจะช่วยบำรุงสุขภาพให้แจ๋วสุดๆ

3.เหยาะมะนาวลงในอาหารแต่ละมื้อ

การเหยาะมะนาวลงในอาหารแต่ละมื้อ เช่น เนื้อปลามั่งล่ะ รึข้าวผัด ก็ได้ จะช่วยให้ระบบย่อยอาหารเราทำงานได้ดี แถมยังช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดด้วยนะจ้ะขอบอก

ที่มา : sanook
ภาพโดย : decembertown