ระพุทธรูปปางนาคปรก ประดิษฐานที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง บริเวณวัดสองนาง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย

ในส่วนบทบาทอีกด้านหนึ่งของนาคที่เป็น ‘ผู้ดลบันดาลให้เกิดสถานที่ธรรมชาติ’ ตำนานความเชื่อที่มีความสำคัญกับสังคมและผู้คนในดินแดนลุ่มแม่น้ำโขงศรัทธา อย่าง ‘ตำนานอุรังคธาตุ’ ได้บ่งชี้ระบุว่าสถานที่หรือพื้นที่ทางธรรมชาติหลายแห่ง อย่างแม่น้ำ ห้วย หนอง บึง และภูเขา ที่ให้เกิดเป็นภูมิศาสตร์ที่สำคัญของพื้นที่ในบริเวณสองฟากฝั่งแม่น้ำโขงในปัจจุบันนั้น เกิดจากการกระทำของนาค ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้เป็นเรื่องของอิทธิปาฏิหาริย์ อันเป็นสัญลักษณ์หรือตัวแทนของหลักความเชื่อของศาสนาดั้งเดิม อย่าง ‘วิญญาณนิยม’ (Animism) ที่นับถือและเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ลี้ลับที่มีอิทธิปาฏิหาริย์เหนือธรรมชาตินั้นสิงสู่อยู่ในพื้นที่ทางธรรมชาติ อย่างป่าเขา ลำธาร เป็นต้น

ดังเห็นได้จากข้อความตอนหนึ่งในตำนานอุรังคธาตุที่เล่าถึงต้นกำเนิดแม่น้ำสายสำคัญในดินแดนแถบสองฝั่งโขงนั้น เกิดจากการทะเลาะวิวาทของนาคสองตนที่อาศัยอยู่ในหนองแส (ปัจจุบันตั้งอยู่ในมณฑลยูนนานของจีน) นามว่า ‘พินทโยนกวตินาค’ อาศัยอยู่หัวหนอง กับ ‘ธนะมูลนาค’ ที่อาศัยอยู่กับ ‘ชีวายนาค’ ผู้เป็นหลาน โดยสาเหตุของการทะเลาะวิวาทครั้งนี้เกิดจากความไม่พอใจในการแบ่งปันอาหารระหว่างนาคทั้งสองตน จึงทำให้เกิดการต่อสู้ขึ้น การปะทะนี้สร้างความเดือดร้อนจนพระอินทร์ต้องบัญชาให้พระเวสสุกรรมมาขับไล่นาคทั้งสองหนีออกไปจากหนอง การหนีของนาคทั้งสองทำให้เกิดเป็นแม่น้ำสองสาย คือ ‘แม่น้ำอู’ ที่ไหลอยู่ใกล้เมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว และ ‘แม่น้ำพิง’ (หรือ ปิง) อันไหลผ่านเมืองเชียงใหม่ นอกจากนี้แม่น้ำหรือสถานที่ที่เกิดจากการกระทำของนาคไม่ได้มีเฉพาะแค่ในข้อความที่หยิบยกมาเพียงเท่านั้น ยังมีแม่น้ำหลายต่อหลายสายที่มีความสำคัญต่อผู้คนในแถบลุ่มแม่น้ำโขงที่เกิดขึ้นจากการกระทำของนาคเช่นกัน เช่น แม่น้ำโขง แม่น้ำชี แม่น้ำมูล เป็นต้น

ซึ่งแม่น้ำเหล่านี้ล้วนแต่เป็นพื้นที่อันอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ที่กลายมาเป็นแหล่งอารยธรรมที่มีความเจริญทั้งในด้านวัฒนธรรม วิถีชีวิต และประเพณี รวมถึงเป็นแหล่งหล่อเลี้ยงชีวิต อย่าง แหล่งน้ำและอาหาร พื้นที่ทำมาหากินที่มีความสำคัญต่อผู้คนในแถบลุ่มแม่น้ำโขงมาตั้งแต่สมัยโบราณจวบจนถึงปัจจุบัน

ขณะที่พื้นที่ทางธรรมชาติที่นาคสามารถดลบันดาลได้อีกแห่งหนึ่งอย่างภูเขา ก็มีความสำคัญต่อผู้คนในพื้นที่แถบนี้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในด้านวิถีการหลอมรวม ‘ความเชื่อทางศาสนา’ ที่จะสามารถเห็นถึงแนวคิด ‘ภูเขาศักดิ์สิทธิ์’ อันเป็นคติความเชื่อดั้งเดิมที่ผู้คนนับถือกันสากลหลอมรวมกับคติความเชื่อสมัยใหม่อย่าง ‘พุทธศาสนา’

ตำนานอุรังคธาตุได้เล่าถึงการที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จไปโปรดสัตว์ยังสถานที่ต่างๆ ระหว่างทางได้ประทับยังภูเขาต่างๆ ที่เป็นที่อยู่ของพวกนาค อาทิ ภูกูเวียน (ภูพาน) แห่งสุวรรณนาค ภูหลวง (ปัจจุบันอยู่ที่พระธาตุบังพวน จังหวัดหนองคาย) แห่งปัพพารนาค ดอยกัปปนคีรี (พระธาตุพนม จังหวัดนครพนม) แห่งธนะมูลนาค และดอยนันทกังรี (เมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว) ซึ่งต่อมาจนถึงทุกวันนี้ ภูเขาต่างๆ ที่กล่าวไว้ในเบื้องต้นล้วนแต่เป็นที่ประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า อย่างพระบรมสารีริกธาตุและรอยพระพุทธบาท