เขื่อนแม่น้ำโขงกำลังจะทำลายป่าฝนผืนสุดท้ายของจีน

เว็บไซต์ข่าวจีน caixinglobal.com รายงานว่า เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2561 ว่า เขื่อนบนแม่น้ำโขงตอนบนกำลังจะทำลายป่าฝนผืนสุดท้ายของจีน

“มันเหมือนกับทรงผมที่ถูกตัดโดยช่างไม่มีหัวคิด”

ชาวบ้านพูดถึงร่องรอยทางสิ่งแวดล้อมที่บริษัทสร้างเขื่อนหุยหลงชาน ทิ้งไว้ในผืนป่าฝนเขตร้อนทางตอนใต้ของจังหวัดยูนนานตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2015 ต้นไม้และพืชพันธุ์ต่างๆ ริมแม่น้ำแม่น้ำเซียวเฮ่ย ในเขตสิบสองปันนานถูกตัดออกเพื่อเคลียร์พื้นที่ให้กับเขื่อน นับเป็นการร่องรอยการเปิดแผลในผืนป่าฝนดิบชื้นที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง แม่น้ำเซียวเหว่ย ไหลลงแม่น้ำหลูซูว ลำน้ำสาขาสำคัญของแม่น้ำโขง

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในเขตนี้ซึ่งจัดเป็นเขตยากจนกล่าวว่า โครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำเป็นการลงทุนขนาดใหญ่ สร้างกำไรมหาศาล แต่จำนวนเงินลงทุนกลับไม่มีใครรู้ และโครงการดังกล่าวเดินหน้าต่อไปและคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2020 และคาดว่าจะตอบสนองความต้องการไฟฟ้าให้กับชาวบ้านนับล้านในพื้นที่

แต่มณฑลยูนนานกำลังเผชิญปัญหาปริมาณไฟฟ้าที่มากเกินไปนับตั้งแต่มีการพัฒนาเขื่อนไฟฟ้าบนแม่น้ำโขง เขื่อน 14 แห่งถูกสร้างและกำลังก่อสร้างบนแม่น้ำโขง ในยูนนาน โดยเขื่อนมานวาน ถูกสร้างขึ้นในปี 1995 ซึ่งได้ทำลายถิ่นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต นักสิ่งแวดล้อมหลายคนได้กล่าวกับสำนักข่าวไกซิน

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้เติมเชื้อเพลิงกระแสคัดค้านจากนักวิทยาศาสตร์และกลุ่มรณรงค์ที่กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้อนุมัติโครงการทั้งที่รายงานการศึกษาผลกระทบยังไม่สมบูรณ์ นักวิเคราะห์กล่าวว่าโครงการจะก่อความเสียหายต่อแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ชนิดต่างๆ เช่น ช้างเอเชีย และแหล่งน้ำซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์น้ำเขตร้อนชื้น

นายเชน ยินหลุย นักมีนวิทยาที่มีชื่อเสียง กล่าวว่า ตอนนี้ยูนนานมีเขื่อนไฟฟ้าจำนวนมาก เราไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องทำลายแม่น้ำสาขาสายนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมันเป็นพื้นที่อนุรักษ์ผืนสุดท้ายของสัตว์น้ำในแม่น้ำโขง

แม่น้ำโขง เป็นที่รู้จักกันว่า แม่น้ำลานซาง ในภาษาจีน และเป็นแม่น้ำสายสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีต้นกำเนิดที่มณฑลชิงไห่ ไหลผ่านธิเบต ยูนนาน ก่อนที่จะไหลเข้าสู่พม่า ลาว ไทย กัมพูชา และเวียดนาม

นักข่าวของสำนักข่าวไกซินที่ได้รับการช่วยเหลือจากชาวบ้านในท้องถิ่น ได้พายเรือคายัคบนแม่น้ำเซียวเห่ยช่วงบนเหนือเขื่อน พบเห็นต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์ 1 – 2 เมตรถูกโค่นลงไว้สองฝั่งแม่น้ำตลอดระยะทาง 15 กิโลเมตร พืชพันธุ์ริมฝั่งอยู่ในสภาพเหลืองใกล้ตายล้มอยู่บนพื้น

พื้นที่ดังกล่าวกำลังจะถูกน้ำท่วมจากเขื่อนไฟฟ้า จึงต้องมีการเคลียร์พื้นที่เพื่อเป็นการป้องกันเขื่อน ดังที่กลุ่ม Friend of Nature กลุ่มรณรงค์ด้านการอนุรักษ์ที่ปักกิ่งกล่าว

กลุ่มอนุรักษ์ยังกล่าวอีกว่า ตลอดความยาว 35 กิโลเมตรของแม่น้ำเซียวไห่ จะต้องมีการตัดเอาพืชพันธุ์ต่างๆ ออกให้หมด เพื่อให้เพิ่มระดับการกักเก็บน้ำ มีกลุ่มต้นไม้และพืชพันธุ์ สัตว์ป่าที่ถูกทำลายมากมายรวมถึง Caryota Urens พืชที่ออกดอกในตระกูลปาล์มและ Tetramelaceae ซึ่งทั้งสองชนิดนี้อยู่ในรายชื่อพันธุ์พืชที่ต้องได้รับการคุ้มครองระดับชาติ

นักอนุรักษ์เกรงว่า โครงการจะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อเขตอนุรักษ์ธรรมชาติสิบสองปันนา ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ป่าฝนเขตร้อนชื้นที่ยังหลงเหลืออยู่ในจีน โดยพื้นที่การอนุรักษ์นั้นประกอบด้วย 5 หน่วยย่อย โดยพื้นที่สามในห้านั้นคือ เม็งยาง เมงลาและเมงงูน ซึ่งถือเป็นพื้นที่เชื่อมต่อทางชีวภาพ

แม่น้ำเซียวไห่ ไหลผ่านหน่วยเม็งยางและเชื่อมโยงกับเม็งกุน ซึ่งเป็นพื้นที่น่าห่วง เพราะว่า บางพื้นที่อาจจะต้องถูกน้ำท่วม การทำลายจะไม่เพียงพืชพันธุ์แต่รวมถึงสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์อย่างช้างเอเชียด้วย

อาสาสมัครจากกลุ่ม Friend of Nature ได้ค้นพบหินที่จารึกไว้ด้วยตัวอักษรสีแดงซึ่งมีความหมายว่า “สงวน” ในพื้นที่ที่มีการตัดต้นไม้ออก ซึ่งชี้ชัดว่า งานการก่อสร้างเขื่อนกำลังรุกล้ำเข้าไปยังพื้นที่เขตสงวน

หลิว ยงจูน นักชีวะวิทยาและนักอนุรักษ์อื่นๆ กล่าวว่า เขื่อนจะปิดกั้นการอพยพของพันธุ์ปลาหลายสายพันธุ์ที่อพยพจากแม่น้ำโขงเพื่อเข้าไปวางไข่ในพื้นที่ตอนบนของแม่น้ำหลูซูว

อย่างไรก็ตาม ในรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมของบริษัท ไชน่า รีซอส พาวเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด ผู้พัฒนาโครงการเขื่อน ซึ่งเป็นบริษัทลูกบริษัท ไชนิส คองโกลเมอเรท ไชน่า รีสอร์ท (โฮลดิ้ง) จำกัด ไม่ได้ระบุความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมในพื้นที่เชื่อมต่อทางชีวภาพ