เปิดถ้ำอาถรรพ์! มีเสียงดนตรีไทย-ดวงไฟลอยทุกคืนวันพระใหญ่ ชาวบ้านเผยเรื่องปาฏิหาริย์และลี้ลับ

……….ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายบุญสืบ แกล้วกล้า กำนันตำบลกระแสบน อ.แกลง จ.ระยอง ถึงกรณีการร่ำลือถึงอาถรรพ์ของถ้ำอาถรรพ์บนเขาถ้ำ ในป่าชุมชนของหมู่บ้านกระแสบน หมู่ 8 ต.กระแสบน หลังมีการร่ำลือต่างๆ นานาเกี่ยวกับความอาถรรพ์ ไม่ว่าจะเป็นเสียงดนตรีไทยดังในช่วงกลางดึก พบดวงไฟลอยอยู่เหนือถ้ำ ซึ่งในปัจจุบันยังคงได้ยินกันอยู่

ซึ่ง กำนันบุญสืบ ก็ได้ยืนยันว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง พร้อมทั้งนำทางพาผู้สื่อข่าวเดินขึ้นไปยังบริเวณเขาถ้ำ ป่าชุมชนของหมู่บ้าน ซึ่งเป็นเนินเขาไม่สูงมาก ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 500 เมตร พอขึ้นไปถึงพบกองหินขนาดใหญ่วางทับซ้อนกัน และมีช่องเข้าไปเหมือนกับปากถ้ำ ลึกเข้าไปประมาณ 1 เมตร มีแผ่นหินปิดกั้นไว้ไม่สามารถเข้าไปได้ และยังพบว่าบริเวณทางเข้าที่คล้ายปากถ้ำมีร่องรอยเหมือนมีการเดินเข้าออก จนกลายเป็นร่องทางเดิน ตรงหน้าปากถ้ำที่ถูกปิดยังเหลือช่องขนาดเล็ก เมื่อส่องเข้าไปก็พบว่ามีความลึกลงไป แต่ไม่สามารถมองเห็นภายในได้เพราะมีผนังถ้ำบังอยู่ นอกจากนี้รอบๆ ถ้ำ ยังมีต้นไม้ใหญ่ขนาดใหญ่ขึ้นอยู่หลายต้น และยังมีซากปรักหักพังของปูน ซึ่งเป็นสำนักสงฆ์ร้างในอดีต

กำนันบุญสืบ เปิดเผยว่า เกี่ยวกับถ้ำแห่งนี้มีมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่านับร้อยปีมาแล้ว แต่เดิมมีการเล่าสืบต่อกันมาว่าในอดีตภายในถ้ำชาวบ้านสามารถเข้าไปหยิบยืมถ้วยชาม ออกมาใช้ในงานบุญของหมู่บ้าน แต่ปรากฎว่าพอชาวบ้านบางรายนำถ้วยชามออกไปใช้แล้วแต่ไม่ยอมนำมาส่งคืน และแตกหักเสียหาย ตั้งแต่นั้นปากถ้ำก็เริ่มปิดลงเอง โดยไม่ทราบสาเหตุ แผ่นหินด้านหน้าปากถ้ำเคลื่อนที่เข้าหากันจนเหลือความกว้างเพียง 50 ซม. และยังมีแผ่นหินเคลื่อนปิดลงปิดปากถ้ำไว้จนเข้าไปภายในไม่ได้อีก โดยเชื่อว่าสิ่งศักดิ์ที่ดูแลทรัพย์สินภายในถ้ำไม่พอใจชาวบ้านที่ไม่ยอมรักษาของที่ยืมไปใช้ และไม่นำมาคืนจึงปิดปากถ้ำไม่ให้เข้าไปได้อีกเลย และที่ผ่านมาเคยเกิดไฟป่าลุกลามไปทั่วบริเวณรอบๆ ถ้ำ แต่ปรากฎว่าไฟไม่ลามเข้าไปไหม้ในรัศมีของถ้ำเลย จึงเชื่อว่ามีสิ่งศักดิ์คอยคุ้มครองอยู่จึงรอดจากไฟป่ามาได้ ที่ผ่านมาได้มีพระสงฆ์มาพักอาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวตามลำพัง แต่ต่อมาก็ได้ผูกคอจนมรณะภาพบนต้นไม้ข้างถ้ำดังกล่าว จึงถูกปล่อยให้ร้างไป เหลือเพียงเศษซากของกุฏิ

ด้านนายไพโรจน์ วงศ์ตรุษ อายุ 65 ปี ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้เขาถ้ำ ได้เปิดเผยว่า ในตอนที่ตนยังเด็ก ก็พบเห็นเศษชิ้นส่วนแตกหักของถ้วยชามดินเผาถูกทิ้งอยู่ที่หน้าปากถ้ำ ยังเคยเก็บมาเล่นโดยไม่ได้สนใจว่าเป็นของโบราณ จนกระทั่งกาลเวลาผ่านมาจนถึงปัจจุบันก็ได้หายไปหมด แต่ยังมีสิ่งเร้นลับเหนือธรรมชาติปรากฎให้ได้เห็นและได้ยินกัน คือ เสียงเครื่องดนตรีไทยจะดังขึ้นในช่วงกลางดึกของทุกวันพระใหญ่ โดยจะมีชาวบ้านได้ยินกันเป็นประจำ นอกจากนี้ยังพบเห็นดวงไฟขนาดใหญ่ส่องแสงสว่างลอยอยู่เหนือปากถ้ำ ชาวบ้านต่างเชื่อว่าเป็นอาถรรพ์จากสิ่งศักดิ์ที่ปกปักษ์รักษาถ้ำแห่งนี้มาแสดงให้เห็นและได้ยิน ซึ่งก็ทำให้ชาวบ้านต่างก็ไม่กล้าย่างกรายขึ้นไปเพราะกลัวอาถรรพ์ เพราะที่ผ่านมาใครที่เก็บของจากเขาแห่งนี้ลงมาจะพบกับวิญญาณมาทวงคืน จนต้องนำมาคืนที่เดิม และยังมีความเชื่อว่าเป็นสถานที่เก็บสมบัติของคนโบราณ ที่อาจจะหนีภัยสงครามหรือภัยพิบัติธรรมชาติ โดยมีวิญญาณมาเฝ้าสมบัติอยู่

จากการสอบถามชาวบ้านต่างก็เชื่อว่าถ้ำแห่งนี้มีอาถรรพ์ และมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกปักษ์รักษาอยู่ นอกจากนี้ยังเชื่อว่าเป็นเมืองลับแลที่อาจจะเคยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของคนโบราณ โดยมีการนำทรัพย์สินมาเก็บไว้ในถ้ำดังกล่าว เชื่อว่ามีอาถรรพ์จากสิ่งลี้ลับจึงไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้ สำหรับเขาถ้ำแห่งนี้ ตั้งอยู่ภายในชุมชนกระแสบน มีสวนยางพาราล้อมรอบ แต่กลับพบว่ามีต้นไม้พันธุ์โบราณขึ้นอยู่ ไม่ว่าจะเป็นต้นลูกสะบ้า ที่เป็นเถาขนาดใหญ่อายุร่วมร้อยปี และต้นขนาดใหญ่ขึ้นเต็มพื้นที่ จึงดูบรรยากาศรกครึ้มไปทั่วบริเวณ ทำให้ดูน่ากลัวเมื่อได้เข้าไปสัมผัส

ต่อมานายบัญญัติ เศียรเขียว ปลัด อ.แกลง ระยอง ได้ขึ้นไปสำรวจ พร้อมกล่าวว่า สำหรับถ้ำแห่งนี้นับว่ามีความแปลกกว่าถ้ำทั่วไป และยังมีพันธุ์ไม้หายาก จึงควรช่วยกันอนุรักษ์ เพื่อเป็นสถานที่ศึกษาและยังสามาถทำเป็นที่ท่องเที่ยวแบบธรรมชาติอีกด้วย