แม่น้ำโขงมีขนาดใหญ่โตมโหฬาร

แม่น้ำโขงมีขนาดใหญ่โตมโหฬาร มีเนื้อที่กว้างขวางเป็นแม่น้ำนาๆชาติผ่านถึงหกประเทศ ที่ราบลุ่มสองฝั่งแม่น้ำโขงมีอาณาเขต 810,000 ตารางกิโลเมตร แม่น้ำโขงไหลมาเป็นระยะทางยาวไกล 4,909 กิโลเมตร ไปออกที่ปากน้ำบริเวณเวียดนามตอนใต้ กระแสน้ำนำตะกอนตั้งแต่ทิเบตไปจนออกทะเลone-for-another.org พัดพาข้ามอ่าวไทยเอาตะกอนไปตนอีกฟากหนึ่งกลายเป็นสันเขื่อนกั้นทำให้เกิดเป็น ทะเลสาบสงขลา ขึ้นมาอย่างน่าพิศวง

แม่น้ำโขงกว่าจะมีขื่อเรียกว่า แม่โขง ตลอดสายจริงๆอย่างที่เรารู้จักกันในปัจจุบันและสากล ก็พัฒนามายาวนาน ก็คือในเขตที่เรียกว่าไทและลาวก็เคยมีชื่อดั่งเดิมว่า น้ำของ เพราะฉะนั้นอำเภอเชียงของน่าจะเป็นชื่อที่เก่าแก่ที่สุดจึงกลายเป็นโขง ไม่มีการทราบแน่ชัดว่า ของ หรือโขง มีต้นกำเนิดมาจากไหน หากเชื่อในวัฒนธรรมราษฎร์ ก็อาจตีความว่ามาจากสัตว์เลื้อยคลานที่น่าสะพรึงกลัว คือ เข้ หรือ ของ ถ้าเชื่อในวัฒนธรรมหลวง ก็อาจตีความลากเข้าวัดกลายเป็นว่าเพี้ยนมาจาก คงคา แม่น้ำอันศักดิ์สิทธิ์
ในภาพที่เห็นจุดนี้คือ “สะดือแม่น้ำโขง” หรือที่ชาวบ้านแถบๆ อำเภอบึงกาฬ รู้จักในนามของแก่งอาฮง
เพราะเป็นจุดที่แม่น้ำโขงแคบที่สุด น้ำไหลเชี่ยวกรากที่สุด และแม่น้ำโขงลึกที่สุด

แก่งอาฮง…บริเวณดังกล่าวเมื่อวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ บรรดาวิญญาณทั้งหลายก็จะมารวมกันที่นี่ ส่วนจะมารวมกันเพื่ออะไรนั้นยากที่จะบอกได้ แต่ที่แน่ ๆ บรรดาวิญญาณทั้งหลายจะมารวมกัน แต่หากผู้ใดมีจิตใจเข้มแข็ง เข้าไปนั่งสงบสติอารมณ์ ไม่วอกแวก ก็จะได้ยินเสียงโหยหวน บ้างก็มีเสียงปี่ เสียงกลอง เหมือนกับคนกระทำพิธีกรรมอะไรสักอย่าง แต่หากคิดอีกทางหนึ่งก็เพราะว่าบริเวณแก่งอาฮงนี้ หากมีคนตายไหลตามน้ำมาก็จะติดอยู่แก่งนี้ เมื่อก่อนหากมีคนตายในแม่น้ำโขง ก็จะมาโผล่ที่นี่ติดอยู่ตามเกาะ แก่งที่มีอยู่มากมายในหน้าแล้ง แม้แต่หน้าฝนที่นี่ก็จะมีคลื่น เนื่องจากกระแสน้ำกระทบเข้ากับแก่งหิน จึงเป็นที่รวมวิญญาณต่าง ๆ ก็เป็นไปได้

เทพเจ้าทางน้ำ…สิ่งหนึ่งที่ปรากฏให้เห็นตามริมแม่น้ำโขงในเขตจังหวัดหนองคาย จากตัวจังหวัดลงไปถึงอำเภอบึงกาฬ ซึ่งสิ่งนี้คือ หอเจ้าแม่สองนาง ซึ่งจะมีอยู่ที่วัดหายโศก อ.เมืองหนองคาย เรื่อยไปที่ อ.โพนพิสัย อยู่ที่ปากห้วยหลวง แก่งอาฮง และที่หน้าโรงพยาบาล อ.บึงกาฬ คำว่า สองนางในที่นี่คือ งู 1 คู่ คือ งู 2 ตัว

สมัยก่อนชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำโขง จะใช้การติดต่อกันในทางทำธุรกิจค้าขาย ต้องเดินทางกันทางน้ำ เพราะไม่มีรถยนต์เหมือนทุกวันนี้ ดังนั้นจะต้องใช้เรือล่องผ่านหมู่บ้านต่าง ๆ และหมู่บ้านก็จะตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงเสียเป็นส่วนใหญ่ เพราะการเดินทางไปมาสะดวกสบาย เพราะฉะนั้นการเดินทางค้าขายจึงต้องมีการทำพิธีบวงสรวง เทพเจ้าทางน้ำ ที่เขาเชื่อและนับถือว่าจะให้ความปลอดภัยในการเดินทาง ในการทำพิธีบวงสรวงก็จะมีเครื่องเซ่นไหว้ประกอบไปด้วย เหล้าขาว หมากพูล ข้าวดำ ข้าวแดง ก่อนออกเรือก็จะเทเหล้าขาวลงน้ำ เพื่อเป็นการบอกกล่าวว่า การออกเรือครั้งนี้ขอให้มีความปลอดภัย ประสบความสำเร็จในการค้าขายและเดินทาง ก่อนออกเดินทางทุกครั้งชาวลุ่มแม่น้ำโขงจะต้องทำพิธีบวงสรวงให้เกิดโชคลาภทุกครั้ง และการเดินทางทางเรือจะต้องใช้เวลานานเป็นเดือน ๆ ยิ่งตอนกลับทวนน้ำแล้วยิ่งต้องใช้เวลานาน

บ่อยครั้งเหมือนกันที่มีชาวลุ่มน้ำโขงต้องเสียชีวิตลงในระหว่างการเดินทางทางน้ำ แต่นั้นพวกเขาจะเชื่อว่าเป็นการทำผิดต่อเจ้าแม่สองนาง หรือเทพเจ้าทางน้ำ จึงถูกลงโทษ เหตุการณ์เหล่านี้จะถูกเรียกว่า “เงือกกิน” “เงือก” “งู” เป็นสิ่งเดียวกัน “พญานาค” ก็เป็นสิ่งเดียวกัน แต่พญานาคนั้นมีภพที่อยู่อีกมิติหนึ่ง พญานาคจึงสามารถแปลงร่างได้หลายชนิด และแปลงกายเป็นมนุษย์ หรืออะไรก็ได้ สุดแท้แต่จะแปลง เพียงแค่คิดก็แปลงร่างแล้ว ถึงแม้จะแปลงเป็นมนุษย์ได้ แต่การอยู่ก็มีภูมิ หรือภพอยู่ต่างมนุษย์

จึงมีปรากฏการณ์ให้เห็นอยู่บ่อย ๆ ว่ามีคนเห็นงูใหญ่ หรือเห็นคนเดินลงไปในน้ำแล้วหายไปต่อหน้าต่อตา บางครั้งถึงกับมีการแปลงร่างเป็นหนุ่มมาเกี้ยวสาว จนกระทั่งมีการติดพันเกิดความรักระหว่างพญานาคกับมนุษย์ ก็มีอยู่บ่อยครั้ง เรื่องนี้สามารถสอบถามชาวบ้านท่าม่วง ตาลชุมได้ ขึ้นต่อกิ่ง อ.รัตนวาปี จ. หนองคา ย เพราะสมัยก่อนสาว ๆ บ้านท่าม่วง และบ้านตาลชุม จะมีพญานาคแปลงกายเป็นหนุ่ม ๆ ขึ้นมาเกี้ยวพาราสีอยู่เป็นประจำ ถึงขนาดได้ชวนสาว ๆ ลงไปชมเมืองบาดาล แต่หลังจากนั้นอีก 7 วัน สาว ๆ ที่ลงไปก็เกิดอาการเจ็บป่วยและเสียชีวิตไปในที่สุดก่อนเวลาอันสมควร คือหลังจากขึ้นมาได้ 7 วัน ก็เสียชีวิต

ในแต่ละปีของวันออกพรรษา อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย จะเป็นแหล่งนัดพบของบรรดาผู้ที่ต้องการพิสูจน์ความจริงของปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่ได้ยินแต่คนอื่นพูดให้ฟังว่า ที่เขต อ.โพนพิสัย นั้นมีลูกไฟที่พุ่งขึ้นมาใต้แม่น้ำโขง เป็นลุกไฟสีแดงอมชมพู ไม่มีเสียง ไม่มีแสง และไม่มีควัน ไม่มีโค้งตกลงมาเหมือนลูกไฟทั่วๆ ไป และลูกไฟที่ว่านี้จะไม่เป็นที่กำหนดว่าจะเกิดขึ้นบริเวณใด จำนวนกี่ลูก และจะขึ้นสูงขนาดไหน ไม่มีกำหนด แต่จะเฉลี่ยแล้วจะขึ้นไม่แน่นอน จุดละ 3-20 ลูก ขึ้นสูงกว่า 100 เมตร ตามจุดต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้ว ลูกไฟนี้ชาวบ้าน อ.โพนพิสัย ตั้งแต่สมัยผู้เฒ่าผู้แก่ เรียกว่า “บั้งไฟพญานาค” เพราะเป็นที่เชื่อว่าจะเป็นบั้งไฟที่พญานาคจุดขึ้นมา เพื่อเป็นพุทธบูชาต่อพระพุทธเจ้า ที่เสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ หลังจากที่ไปโปรดพระมารดา เป็นเวลา 3 เดือน จึงมีทั้งเมืองมนุษย์ สวรรค์ และเมืองบาดาล ที่ต่างก็สาธุการจัดงานสมโภช ที่ประเพณีไทยทำมาก็คือ การตักบาตรเทโวในวันออกพรรษา.
เรื่องแปลกของนักตกปลาที่ลำน้ำโขง
ขอรับรองครับว่าเรื่องจริง 100 เปอร์เซ็นต์ นับเป็นเรื่องพิศดารและน่าขนลุกสำหรับนักตกปลาอย่างผมและเพื่อมากมายครับ…
ผมและเพื่อนเป็นนักตกปลาตัวยง เป็นแก๊งส์เดียวกันที่น่าเกรงขามสำหรับพวกนักล่าปลามืออาชีพด้วยกัน ตกมาแล้วหลายที่ หลายจังหวัด และยังทำชื่อเสียงให้กับวงการนักตกปลาด้วย…วันนั้นผมและเพื่อนนัดกันไปจังหวัดหนองคายเพื่อไปตกปลาที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง อันที่จริงเรื่องนี้เป็นความคิดของเจ้าธเนศเพื่อนผม มันอยากได้ปลาชะโดตัวใหญ่ไว้เป็นอนุสรณ์ให้กับวงการมัน และลือกันว่าแม่น้ำโขงเนี่ยมีปลาชะโดชุกชุมมากและตัวใหญ่ไม่ใช่เล่นๆด้วย…เราทั้งหมดเหมารถตู้ไป เมื่อถึงริมน้ำโขงแล้วก็จัดแจงหาที่พักอยู่แถวนั้น ทั้งวันผมและเพื่อนๆสาละวนอยู่กับการจัดเก็บข้าวของสำพาระ โดยมีส่วนหนึ่งขอแยกไปลงเบ็ดก่อนที่ทางหัวสะพานฝั่งโน้น ผมและเพื่อนอีก2คนเลยหาของกินไปพลาง เราสั่งอาหารและปลาย่างมานั่งกินรับวิวกันแถวนั้น พอเพื่อกลุ่มนั้นกลับมาพวกผมก็ดีใจใหญ่ที่เห็นมันแขกปลาดุกตัวใหญ่เท่าศอกกลับมาด้วย2ตัว เราทั้งหมดตกลงกันว่าช่วงหัวค่ำจะจ้างพรานเบ็ดแถวนี้นำเข้าป่าไปวางเบ็ดริมน้ำใหญ่
ตกเย็นประมาณ 6 โมง เพื่อนผมจัดแจงหาผู้เชี่ยวชานนำทางเข้าไปทางด้านชายป่า พวกเรามีเต้นพับ อุปกรณ์ตกปลาครบครัน และเรื่อเล็กสำหรับไปวางเบ็ดกลางแม่น้ำ ณะนี้เราทั้งหมดมีตะเกียงและไฟฉายคยละกระบอกถือกันไปแนบตัวไว้ และแล้วก็ถึจุดมุ่งหมาย พรานเบ็ดบอกว่าแถวนี้เป็นชัยภูมิดี ผมมองออกไปด้านข้างเห็นลำน้ำโขงในอีกมุมที่กว้างและใหญ่สุดลูกหูลูกตาช่างเป็นภาพที่ประทับใจอันจะอดไม่ได้ที่จะถ่ายภาพเก็บไว้.. ณ ที่หมาย พวกเราจัดการกางเต้นและตั้งแคมป์จุดไฟไว้สว่างไสว บางพวกก็ไปทำกับข้าวจัดหาอาหาร บางพวกก็ขอแยกไปตกกันเองตามประสา ส่วนผมบอกพรานเบ็ดว่าให้เขาพาลงเรือเล็กไปวางเบ็ดกลางน้ำโขงโดยมีนายธเนศไปอีกคนโดยเราหวังว่าน่าจะได้ข่าวคราวเจ้าปลาชะโดตัวใหญ่ที่หวังกันไว้บ้าง เราทั้ง 3 คนลงเรือไป เรือแล่นไปสักพักแล้วหยุดที่กลางลำน้ำใหญ่ ผมมองออกไปเห็นเป็นแสงไฟจากทางแคมป์เราห่างออกไปเป็นโยช และแล้วเราก็ทำการวางเบ็ด ผมใช้เบ็ดชักรอกขนาดใหญ่และเส้นเอ็นที่หน้าและยาวเป็นพิเศษ กับเบ็ดและตะขอขนาดใหญ่ที่เตรียมมาสำหรับรับมือปลาใหญ่ๆโดยเฉพาะ พรานเบ็ดบอกว่าช่งเวลากลางคืนเป็นเวลาดีที่ปลาชะโดจะชุกชุม ตกตอนกลางคืนมักจะได้ตัวใหญ่เขาพลูดไปพลางขว้างเบ็ดไปไกลสุดลูกตาและไม่กี่นาทีเขาก้ได้แล้ว พรานเบ็ดรีบตวัดเกี่ยวเบ็ดขึ้นมาเห็นเป็นปลาช่อนตัวใหญ่ขนาดประมาณ 2 ศอกต่อกันได้ ผมและธเนศอึ้งในความสามารถของเขา แต่ยังไงเสียก็ไม่ใช่ปลาขะโดยักษ์ที่เราหวังกันไว้ ฮุ๊บ..เสียงดังมาจากทางใต้น้ำกับสายเอ็นมี่ตึงขรึงของผม ผมรู้ด้วยดีแล้วว่าปลาฮุบเหยื่อผม ผมจึงรีบชักรอกขึ้นมาปรากฏว่าได้แค่ลูกชะโดตัวไม่เท่าไหร่เท่านั้น พรานเบ็ดบอกว่าเราควรจะแล่นเรือไปไกลกว่านี้เผื่อตัวใหญ่ๆจะอยู่กลางน้ำลึก เรือเราถูกแล่นออกไปไกลกว่าเดิม คราวนี้ไม่นานเท่าไหร่เราก็ได้ปลาชะโดขนาดครึ่งเมตรซึ่งก็นับว่าใหญ่ไม่เบาแต่ก็ไม่ถึงที่สุด ผมถามว่าเรือเรารับไหวไหมเนี่ยพรานก็บอกไม่เป็นไร เรารับปลาตัวนั้นใส่เรือ ผมถามธเนศว่าช่วยแกะขอออกจากปลาได้ไหมแต่ธเนศกลับทำท่าแปลกๆ ผมก็ถามเขาว่าเป็นอะไร เขาก็ตอบว่าไม่มีอะไรพร้อมๆกับจัดการเอาขออกจากปากปลา สักพักพรานก็ทำท่าเหมือนจะได้ปลาอีกตัวผมได้ยินเสียงน้ำกระเพื่อมแต่ก็พลาด พรานบอกว่าชะโดตัวใหญ่เพิ่งจะหลุดไปเมื่อตะกี้.. ผมเริ่มวางเบ็ดอีกรอบ มองไปก็เห็นธเนศมันเอาไฟฉายกวาดส่องไปบริเวณลุ่มน้ำรอบๆ พร้อมกับทำสีหน้าครุ่นคิด ผมพูดออกมาว่าเอ็งเห็นอะไรก็บอกมา…โดตัวใหญ่หรอ มันก็ไม่พูดอะไรเอาแต่ส่ายหน้าช้าๆ สักพักเบ็ดผมก็ถูกฮุบอีกแต่คราวนี้ตัวไม่ค่อยใหญ่นักผมรีบฉุดขึ้นมาปรากฏเป็นแค่ปลาตัวเล็กๆจึงคิดจะปล่อยไป ในขณะที่ผมก้มหน้าลงเอาขออกจากปากมันก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างอยู่ใต้น้ำ และตัวใหญ่มากด้วย ในใจผมคิดแน่แล้วว่าปลาชะโดใหญ่ยักษ์นั่นกำลังจะถูกเราลากขึ้นมา แต่ไม่สิ…ดูเหมือนว่ามันกำลังมุงหน้ามาหาเราเองมากกว่า ผมยกไฟฉายส่องไปทางน้ำข้างหน้าเพื่อเพ่งดูปรากฏว่ามันตัวใหญ่มากๆ แต่เอ..มันไม่เหมือนปลาชะโดอ่ะ ไม่สิ ไม่ใช่เลย ถึงผมจะอยู่ผิวน้ำแต่ผมรับรองว่าผมเห็นได้ชัด มันมีลำตัวสีเทาอมเขียวและลำตัวใหญ่มาก ใหญ่เท่าปลาชะโดที่เราเห็นกันในรูปนั้นแล และตัวยาวมากด้วย ดูไปดูมาแล้วมันไม่เหมือนปลาแต่กลับเหมือน..เหมือน งู มากกว่า มันกลังเคลื่อนที่ไปใต้ผิวน้ำมายังใต้เรือเราช้าๆ พรานที่กำลังสาละวนของเขาอยู่ก็หันหน้ามาทางผมและธเนศแล้วเบ็ดรีบตวัดเบ็ดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเอามือเงี่ยหูฟังเอา เขาบอกว่าเขาได้ยินเสียงอะไรเคลื่อนที่ใต้น้ำ..ธเนศจ้องมองผมและร้องบอกออกมาว่าเรารีบเอาเรือขึ้นฝั่งกันดีกว่า ผมก็บอกรอพรานเค้าก่อน แต่แล้วสถานการณ์บริเวรนั้นกลับเงียบผิดปกติ มันเงียบจนเกินไป พรานเรอ่มเหวี่ยงเบ็ดออกไปยาวๆอีกรอบ จุ๋ม..เสียงเบ็ดถูกหย่อนลงน้ำ ขณะเดียวกันผมก็คุยกับธเนศเรื่องที่เจอเมื่อกี้เราต่างพูดออกมาเป็นเรื่องเดียวกัน และทันใดนั้นเรือก็กระเพื่อมอย่างแรง.. พรืด!! ผมและธเนศเอียงตัวไปอยู่ด้านหลัง เรามองหน้าไปทางพรานที่อยู่หัวเรือ พรานพูดออกมาเสียงสั่นๆว่าได้แล้ว…ได้โดยักษ์แล้ว ผมกับธเนศเริ่มไม่แน่ใจมองหน้ากันเลิกลักและเริ่มผวา ผมเห็นพรานยื้อยุดฉุดเบ้ดอยู่ด้านหน้าท่าทางจะไม่ไหวเราเลยช่วยกันฉุดอีกแรง แต่แรงทางฝ่ายโน้นดูท่าจะมากกว่าถมไป ดูเหมือนว่ามันฉุดเราทีเดียวเราทั้ง3ก็ร่วงลงน้ำแล้ว พรานพูดเสียวหนักแน่นว่าตัวนี้จับตายได้ไหม.. ผผมก็บอกว่าเอาไงก็ได้ แล้วพรานก็บอกให้เรายืดเบ็ดไว้2คน ส่วนตัวพรานเอาปืนผาหน้าไม้ที่เหน็บอยู่ที่เอวขึ้นมเล็งและแล้ว พรวด…!!! เสียงลูกปืนถูกแล่นพรวดไปข้างหน้า รู้สึกว่าจะโดนเป้าจังๆ และแล้วทุกอย่างก้ดูเหมือนจะคลี่คลายลงเรือเราหยุดนิ่งเฉย พรานบอกว่าโดดสร็จเราแล้วเอาขึ้นมาได้ ขณะที่ผมกำลังแดเบ็ดขึ้นมาดูความใหญ่โตของสิ่งที่เราสู้ด้วยเมื่อกี้ก็เกิดเรื่องขึ้น ซูม..!!! เสียงน้ำด้านหน้าดังแตกออกกระเซ็น พร้อมๆกับเสียงขู่ฟ่อ..อ.อ ที่ดังลั่นออกมาจากลำคอของมันฟังคล้ายเสียงงูขู่มากกว่าปลา และแล้วเราทั้งหมดก็เห็นอะไรบางอย่างที่ประหลาดอย่างยิ่ง มันเป็นอวัยวะคล้ายหงอนขนาดใหญ่ที่ดำทมึนที่สูงเสียดออกมาประมาณ1เมตรกว่า และดวงตาคู่หนึ่งที่เป็นเหมือนแสงไฟกลมๆสีขาวมุกวูบวาบขนาดใหญ่จ้องมาทางเราจากความมืด เราทั้งทั้ง3รีบปล่อยเบ็ดที่ฉุดอยู่ออกจากมือทันใด พรานร้องตกใจทำหน้าผวาบอกเราเจอดีแล้ว และรีบหันหัวเรือกลับเร่งเครื่องขึ้นผั่งอย่างรวดเร็ว ผมและธเนศกลัวมากฉุดแขนกันไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เรือถูกแล่นออกไปอย่างรวดเร็ว ผมหันหลังไปมองครั้งสุดท้ายปรากฏสิ่งที่เห็นเป็นลำตัวของอะไรบางอย่างที่คล้ายงูขนาดใหญ่กำลังตวัดร่างแล้วพรวดลงน้ำลึกพร้อมกับน้ำที่สาดกระเซ็น ใหญ่แค่ไหนน่ะหรอตอนนั้นผมกลัวมากไม่ทันคิดเรื่องนี้หรอก เอาเป็นว่าอุ้งแขนฝรั่งตัวใหญ่ๆโอบไว้ไม่มิดแล้วกัน สิ่งที่ว่าเคลื่อนที่ลงน้ำและจากหายไป… เราถึงฝั่งทันใดพรานก้บอกเพื่อนที่อยู่บนฝั่งนั้นว่าให้รีบเก็บข้าวของกลับหมู่บ้านโดยเร็วที่สุด สร้างความลำบากใจให้แก่คณะผมเป็นยิ่งนัก แต่เราก็รีบเก็บข้าวของกลับมาทันใด พรานบอกว่าปลาที่ตกได้ถ้าตัวไหนตายแล้วก็เอากลับไปวไหนยังไม่ตายก็รีบปล่อยลงน้ำและแล้วเราก็เดินทางกลับหมู่บ้านอันเป็นเวลาประมาณตี2กว่า ผมและธเนศยังสั่นไม่หายแต่ก้ไม่กล้าเล่าเรื่องที่เจอให้เพื่อนคนอื่นฟัง.