โครงการพัฒนาเบ็ดเสร็จลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำปิง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ( อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ )

โครงการศิลปาชีพบ้านห้วยสะแพดจัดตั้งขึ้น ในปี 2538 ด้วยน้ำพระราชหฤทัยของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาท ที่จะช่วยเหลือราษฏรในพื้นที่โครงการพัฒนาเบ็ดเสร็จลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำปิง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอจอมทอง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ซึ่งได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2527 ถึงปี 2537 แต่ราษฏรยังคงประสบปัญหาความยากจนอยู่ เนื่องจากสภาพดินฟ้าอากาศแห้งแล้ง ปริมาณน้ำฝนมีไม่เพียงพอต่อความต้องการในการเพาะปลูก และสภาพดินในพื้นที่มีคุณภาพต่ำ โครงการศิลปาชีพของของสมเด็จพระนางเจ้าฯone-for-another.org พระบรมราชินีนาท จึงได้จัดตั้งขึ้นเพื่อพระราชทานความช่วยเหลือราษฏรที่มีฐานะยากจน เพื่อให้มีรายได้เสริมให้พอเพียงต่อการยังชีพ สำหรับโครงการพัฒนาเบ็ดเสร็จลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำปิง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอจอมทอง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน มีความเป็นมาโดยสังเขปดังนี้ ในปี 2526 ม.จ.จักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธ์ ได้เสด็จมาตรวจเยี่ยมศูนย์บริการการพัฒนาขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผลบ้านไร่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งอยู่ในความ ดูแลของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เข้ามาดำเนินการทดลองเพาะปลูก ดอกแกลดิโอรัส และ พืชพันธุ์ไม้อื่น ๆ ในเขตพื้นที่ บ้านโรงวัว หมู่ที่ 5 ตำบลแม่สอย อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ได้พบว่า ราษฎรในพื้นที่โครงการฯ มีความเป็นอยู่ที่ยากจน และได้มีราษฎรเข้ามาร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาที่ทำกิน จึงได้นำปัญหาความเดือดร้อนของราษฎร ดังกล่าวกราบบังคมทูล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงทราบเพื่อพระราชทานความช่วยเหลือ

:: พระราชดำริ ::
เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2527 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้เสด็จ พระราชดำเนินเยี่ยมราษฎร และทอดพระเนตรอ่างเก็บน้ำแม่เรียง ในท้องที่ตำบลสบปราบ อำเภอสบปราบ จังหวัดลำปาง ได้มีพระราชดำริ กับแม่ทัพภาคที่ 3 และอธิบดีกรมชลประทาน เกี่ยวกับโครงการพัฒนาเบ็ดเสร็จลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำปิงฯ ดังนี้ “ควรพิจารณาวางโครงการ และก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ตามลำน้ำสาขาต่าง ๆ ของแม่น้ำปิง ในเขตอำเภอจอมทอง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ตามที่ทรงวางโครงการในระยะแรก จำนวน 13 อ่าง เพื่อจัดหาน้ำให้กับพื้นที่เพาะปลูกเดิมของราษฎรหมู่บ้านต่าง ๆ และพื้นที่ป่าละเมาะที่จะบุกเบิกเป็นพื้นที่ทำกิน เพื่อจัดสรรให้กับราษฎรเข้าทำกินต่อไปรวมพื้นที่ประมาณ 40,000 ไร่ สามารถมีน้ำทำการเพาะปลูก และมีน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค สำหรับหมู่บ้านต่าง ๆ ดังกล่าวตลอดปี นอกจากนั้นยังจะมีน้ำไว้ช่วยส่งเสริมการพัฒนาทางด้านปศุสัตว์ การประมง การเกษตร และการอุตสาหกรรม ในพื้นที่การพัฒนาการเกษตรประมาณ 66,000 ไร่ ได้อีกด้วยส่วนพื้นที่ต้นน้ำลำธารเหนืออ่างเก็บน้ำต่าง ๆ ขึ้นไป มีพื้นที่ประมาณ 104,00 ไร่ จะใช้พื้นที่พัฒนาป่าไม้ ปลูกไม้สามอย่างคือ ไม้ฟืน ไม้ผล และไม้ใช้สอย เพื่อเป็นการอนุรักษ์น้ำ ลำธารของอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ ดังกล่าวการดำเนินงานตามโครงการฯ ในระยะแรกนี้ให้แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นผู้ประสานงานกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ต่อไป
เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2528 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จ พระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตร การดำเนินงานตามโครงการพัฒนาเบ็ดเสร็จลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำปิง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และทรงเยี่ยมเยือนราษฎร บ้านห้วยม่วงฝั่งซ้าย บ้านห้วยปุ๊ ตำบลแม่สอย อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้มีพระราชดำริการพัฒนาของโครงการฯ ไว้ดังต่อไปนี้ – การพัฒนาตามโครงการพัฒนาเบ็ดเสร็จลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำปิง อันเนื่องมาจาก พระราชดำริ ควรพิจารณาแบ่งพื้นที่พัฒนา ออกเป็นแนวเขตดังต่อไปนี้
แนวที่ 1 ควรพิจารณากำหนดพื้นที่ตอนบน เป็นแนวต้นน้ำลำธารอย่างเคร่งครัด โดยให้กรมชลประทานพิจารณาวางโครงการ และก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กปิดกั้นลำห้วยสาขาของห้วยม่วง ห้วยสะแพด ห้วยยอน และลำห้วยต่าง ๆ ตามความเหมาะสม ในลักษณะเช่นเดียวกันกับอ่างเก็บน้ำห้วยม่องตอนบน และอ่างเก็บน้ำห้วยปุ๊ตอนบน ทั้งนี้เพื่อจัดหาน้ำให้กับพื้นที่ เพาะปลูกของราษฎร ในเขตหมู่บ้านที่อยู่ตามแนวเชิงเขา ซึ่งได้แก่ บ้านห้วยม่วง บ้านห้วยปุ๊ บ้านห้วยส้ม และบ้านห้วยสะแพด เพื่อจัดหาน้ำสนับสนุนอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่บริเวณตอนล่างด้วย สำหรับพื้นที่ป่าต้นน้ำในเขตพื้นที่ตอนบนนี้ ต้องห้ามไม่ใช้ราษฎรเข้าทำกิน อาจพิจารณาสร้างแนวถนนให้ชัดเจน บริเวณใดที่เป็นป่าเสื่อมโทรมให้กรมป่าไม้พิจารณาเร่งรัดการปลูกป่า เช่น บริเวณพื้นที่ขอบอ่างหรือตามแนวท่อส่งน้ำและให้พิจารณาวางโครงการยกระดับน้ำจากอ่างเก็บน้ำตอนบนเพื่อส่งน้ำในพื้นที่ตามไหล่เขาและยังช่วยสนับสนุนการปลูกป่าที่อยู่เหนือระดับส่งน้ำด้วย
แนวที่ 2 ควรพิจารณากำหนดพื้นที่ตอนกลางบริเวณตามแนวเชิงเขา ซึ่งมีหมู่บ้านห้วยม่วงฝั่งซ้าย บ้านห้วยปุ๊ บ้านห้วยส้ม และบ้านห้วยสะแพด ตั้งอยู่เป็นแนวเขตพื้นที่ที่จะต้อง พัฒนาราษฎร ยกระดับความเป็นอยู่ของหมู่บ้านต่าง ๆ เหล่านี้ให้ดียิ่งขึ้น เพื่อเป็นแนวเขตป้องกันการบุกรุกป่า ต้นน้ำลำธารจากบุคคลภายนอกด้วย ทั้งนี้ เนื่องจากข้อเท็จจริงปรากฎว่า ราษฎรที่ตั้งบ้านเรือนและทำกินอยู่บริเวณพื้นที่ตามแนวเชิงเขา มีข้อจำกัดทั้งด้านพื้นที่ทำกินและความแห้งแล้ง การเพาะปลูกประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำมาโดยตลอด นอกจากนั้นยังได้ทรงพิจารณาเห็นว่า ระบบโครงสร้างทางสังคมของชุมชนดังกล่าว เป็นโครงสร้างของสังคมแบบดั้งเดิม มีลักษณะเป็นชุมชนที่มีความใกล้ชิด มีการช่วยเหลือจุนเจือซึ่งกันและกันเป็นอย่างดี มีรากฐ